บทความ » TikTok ความสนุกและความสุขพร้อมความปลอดภัย

TikTok ความสนุกและความสุขพร้อมความปลอดภัย

16 ธันวาคม 2020
479   0

TikTok ความสนุกและความสุขพร้อมความปลอดภัย

TikTok ความสนุกและความสุขพร้อมความปลอดภัย ปัจจุบันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า คนไทยมีอัตราการใช้งานบนโลกออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การค้นหาข้อมูล การใช้งานเพื่อความบันเทิง ค้นหาความรู้ แชร์ แบ่งปันประสบการณ์ผ่านการใช้งานแพลตฟอร์มต่างๆ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งจะเห็นได้ว่า

สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างอินเทอร์เน็ตสามารถทำให้เราสามารถเชื่อมต่อแบบไร้พรมแดนได้มากยิ่งขึ้น แต่ในความสะดวกและความทันสมัยของเทคโนโลยีที่มีประโยชน์ ก็อาจนำไปสู่ภัยที่มาควบคู่กัน เช่น ประเด็นปัญหา Cyberbullying การกลั่นแกล้งกันผ่านโลกไซเบอร์ โดยรูปแบบการรังแกกันมีทั้งการใส่ร้ายป้ายสี

การใช้ถ้อยคำหยาบคายต่อว่าผู้อื่น หรือการส่งต่อข้อมูลลับ เพื่อทำให้ผู้อื่นเสียหายผ่านทางอินเทอร์เน็ต การละเมิดข้อมูลความเป็นส่วนตัว เป็นต้น แต่ในขณะเดียวกันจะเห็นได้ถึงความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มต่างๆ ในการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยเพื่ออุดช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้น อย่าง TikTok ที่มุ่งมั่นพัฒนายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มเพื่อให้ผู้ใช้เกิดความมั่นใจ 

TikTok นับว่าเป็นแพลตฟอร์มที่เวลานี้ หันไปทางไหนก็จะเห็นผู้คนทุกเพศ ทุกวัย ต่างนิยมใช้ TikTok เพื่อเสพคอนเทนต์ที่หลากหลาย รวมถึงใช้เพื่อแชร์และแบ่งปันสิ่งต่างๆ รอบตัวผ่านวิดีโอสั้นที่กระชับและเข้าใจง่าย

แต่ด้วยความนิยมของ TikTok และการเข้าถึงผู้คนในทุกเพศทุกวัยนี้ มักจะมีคำถามที่เกิดขึ้นตามมาในกลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครองถึงการใช้แพลตฟอร์มของบุตรหลานว่า สิ่งที่บุตรหลานของพวกเขากำลังเสพ และให้ความสนใจอยู่นั้นเหมาะสมกับวัยหรือไม่ รวมถึงโอกาสในการเจอเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมบนแพลตฟอร์ม TikTok มีมากน้อยอย่างไร 

จริงๆ แล้วเรื่องนี้ต้องบอกว่าเป็นประเด็นละเอียดอ่อนมาแต่ไหนแต่ไร และทางฝั่ง TikTok ก็ไม่ได้เพิกเฉย โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนามาตรการและฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยต่างๆ มาโดยตลอด เพื่อคัดกรองเนื้อหาที่ปรากฏบนแพลตฟอร์มให้มีความเหมาะสม เป็นมิตรกับผู้ใช้ทุกคน

แล้วความปลอดภัยบนแพลตฟอร์ม TikTok ที่ว่า ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

ทีมงานของ TikTok คอยคัดกรองความเหมาะสมของเนื้อหาแบบ 24/7 เพื่อให้เนื้อหาทั้งหมดที่ปรากฏและแสดงบนแพลตฟอร์ม TikTok เป็นเนื้อหาที่ไม่ผิดต่อหลักศีลธรรม ไม่โป๊เปลือยหรืออนาจาร หรือไม่เป็นเนื้อหาที่มีความรุนแรงหรือละเมิดกฎเกณฑ์ต่างๆ TikTok จึงมีทีมงานที่คอยทำหน้าที่ดูแล คัดกรองเนื้อหาโดยเฉพาะตลอด 24 ชั่วโมง แบบ 7 วัน ประจำอยู่ในภูมิภาคทั่วโลก

โดยทีมงานเหล่านั้นได้ทำงานร่วมกับ Machine Learning เพื่อให้มั่นใจว่า ทุกๆ คอนเทนต์จะได้รับการตรวจสอบ และดำเนินการจัดการอย่างรวดเร็ว ทันเวลา และมีการจดจำเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญพวกเขายังมี แนวทางปฏิบัติสำหรับชุมชน (Community Guideline)ศูนย์ความปลอดภัย (Safety Center) ซึ่งรวบรวมข้อมูล นโยบาย และแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยต่างๆ บนแพลตฟอร์มสำหรับผู้ใช้

พร้อมจัดตั้งที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยแห่งเอเชียแปซิฟิก (APAC Safety Advisory Council) เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับนโยบายการกลั่นกรองเนื้อหา และปัญหาด้านความปลอดภัยที่เฉพาะเจาะจงสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอีกด้วย

อายุต้องถึงเกณฑ์ ผู้ปกครองตั้งค่าคุมเวลาเล่นของลูกๆ หลานๆ ได้ตามความเหมาะสม

สำหรับผู้ที่จะสมัครบัญชี TikTok ได้นั้นจะต้องมีอายุ 13 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นแนวทางเบื้องต้นที่ TikTok ต้องการคัดกรองช่วงวัยที่มีความเหมาะสมในการใช้ของพวกเขา

ส่วนผู้ปกครองที่ไม่สบายใจ เกรงว่าลูกๆ หลานๆ จะขลุกตัวอยู่บน TikTok จนเกินความเหมาะสม ไม่ยอมทำการบ้านหรือหลงลืมการใช้เวลากับครอบครัวในโลกภายนอกก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะ TikTok มีฟีเจอร์ที่จะช่วยจัดการ การใช้เวลาบนหน้าจอ หรือ Screen Time Management ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจำกัดเวลาได้ตั้งแต่ 40 นาที, 60 นาที, 90 นาที หรือสูงสุดที่ 120 นาทีต่อวัน  

ถัดมาเป็นฟีเจอร์ Restricted Mode หรือ การจำกัดเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม โดยเมื่อเปิดใช้ TikTok จะจำกัดการแสดงเนื้อหาที่อาจไม่เหมาะสมสำหรับผู้ชมในแต่ละกลุ่ม ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมเนื้อหาที่ต้องการรับชมได้ โดยหากต้องการรับชมเนื้อหาที่ไม่ได้ถูกกลั่นกรอง จะต้องใส่รหัสพาสเวิร์ดที่ตั้งไว้

สุดท้ายฟีเจอร์ Direct Message หรือ การจำกัดผู้คนที่จะส่งข้อความเข้ามาหา หรือสามารถปิดการรับข้อความได้ โดย TikTok ได้ปิดการรับส่งข้อความสำหรับผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี

และเมื่อเร็วๆ นี้ TikTok ได้เปิดตัว 4 ฟีเจอร์ใหม่ในโหมด Family Pairing หรือ โหมดแนะนำโดยผู้ปกครอง ที่จะช่วยให้คุณพ่อ คุณแม่สามารถบริหารจัดการการใช้แพลตฟอร์มของลูกๆ ได้อย่างคล่องตัวและเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ประกอบไปด้วย

  • การค้นหา (Search) ผู้ปกครองสามารถเข้าไปตั้งค่ากำหนดการค้นหาของบุตรหลานได้ ทั้งเนื้อหา ผู้ใช้ แฮชแท็ก และเสียง
  • ความคิดเห็น (Comment) ผู้ปกครองสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ว่า ใครสามารถเข้ามาแสดงความคิดเห็นในวิดีโอ โดยจะเลือกเปิดให้ทุกคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น หรือเลือกเฉพาะคนที่รับเป็นเพื่อน หรืออาจจะตั้งค่าไม่ให้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็น  
  • การค้นหาและดูเนื้อหาในแอ็กเคานต์ (Discoverability) ผู้ปกครองสามารถเข้าไปตั้งค่าความเป็นส่วนตัวให้กับแอ็กเคานต์ของบุตรหลานได้ หรือกำหนดว่า ใครที่สามารถเข้าถึงหรือดูเนื้อหาของบุตรหลานได้ รวมทั้งสามารถตั้งค่าเป็นสาธารณะที่เปิดให้ทุกคนสามารถค้นหาและดูเนื้อหาได้
  • วิดีโอที่ชื่นชอบ (Liked Videos) ผู้ปกครองสามารถกำหนดได้ว่า ใครที่จะสามารถดูวิดีโอที่บุตรหลานของคุณเข้าไปกดไลก์หรือชื่นชอบได้

นอกจากนี้ ผู้ใช้ทั่วไปยังสามารถใช้ฟีเจอร์คัดกรองการแสดงความเห็นที่จะปรากฏบนคอนเทนต์ของตัวเองได้เหมือนกัน รวมถึงควบคุมระยะเวลาการใช้แพลตฟอร์ม เพื่อให้เราสามารถสนุก และสบายใจทุกๆ ครั้งที่ใช้เวลาอยู่บน TikTok

หรือในกรณีที่พบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมบน TikTok เราสามารถรายงานคอนเทนต์วิดีโอนั้นๆ ได้ด้วยตัวเองผ่าน In-app Reportingหรือ การรายงานปัญหา ก่อนที่ทีมงานของ TikTok จะดำเนินการตรวจสอบ และดำเนินการจัดการกับคอนเทนต์ดังกล่าวตามขั้นตอน

ยิ่งไปกว่านั้น เรายังสามารถตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในส่วนต่างๆ ได้หลากหลาย ทั้งการเลือกว่า จะให้ใครสามารถติดตามเราบน TikTok คนที่สามารถส่งข้อความถึงเรา ส่งรีแอ็กให้เรา ดูเอ็ตกับเรา อนุญาตให้ดาวน์โหลดคอนเทนต์ของเรา หรือบล็อกผู้ใช้หรือคอนเทนต์นั้นๆ ได้ตามต้องการอีกต่างหาก

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คือฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจของ TikTok ที่หวังอยากให้ผู้ใช้ทุกคนสนุกสนาน เพลิดเพลินไปกับการรับชมเนื้อหาคอนเทนต์วิดีโอต่างๆ บนแพลตฟอร์มได้อย่างสบายใจ ไร้กังวล และที่สำคัญเพื่อให้ TikTok ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ แรงบันดาลใจ พร้อมมอบความสุขให้กับผู้คนตลอดไป

บทความอื่นๆ พาส่องต้นแบบสเปซยืดหยุ่น อย่างสร้างสรรค์