บทความ » UNHCR-อาสาสมัครในบังกลาเทศ เร่งช่วยเหลือเหตุเพลิงไหม้

UNHCR-อาสาสมัครในบังกลาเทศ เร่งช่วยเหลือเหตุเพลิงไหม้

25 มีนาคม 2021
541   0

UNHCR-อาสาสมัครในบังกลาเทศ เร่งช่วยเหลือเหตุเพลิงไหม้

UNHCR-อาสาสมัครในบังกลาเทศ เร่งช่วยเหลือเหตุเพลิงไหม้ โจฮันเนส แวน เดอ คลาว ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR)  ประจำประเทศบังกลาเทศ ได้แถลงต่อสื่อมวลชนในวันที่ 23 มีนาคม

ที่สำนักงานใหญ่องค์การ สหประชาชาติ (UN) เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่า UNHCR ขอแสดงความเสียใจ เป็นอย่างยิ่ง ต่อการสูญเสียชีวิต และความทุกข์ทรมานครั้งใหญ่ จากเหตุเพลิงไหม้ใน ค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง เมืองคอกซ์บาซา เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2564

จากรายงานเบื้องต้นเมื่อเช้าวันที่ 23 มีนาคม ผู้ลี้ภัยที่สูญเสียชีวิตในกองเพลิงมีจำนวน 15 คน บาดเจ็บอีกมากกว่า 560 คน และสูญหายอีกประมาณ 400 คน

เพื่อสนับสนุนการรับมือต่อสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐบาลของบังกลาเทศ UNHCR ประสานงานร่วมกับ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) หน่วยงานอื่นๆ ของ UN และองค์กรพัฒนาเอกชน

ที่เป็นพันธมิตร รวมถึงผู้ลี้ภัยอาสาสมัคร เร่งจัดหาความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และ มอบความคุ้มครองแก่ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจากว่า 45,000 คน ที่สูญเสียที่พักอาศัย และ ข้าวของ เครื่องใช้จากเหตุเพลิงไหม้

จากการประมาณการ ที่พักอาศัยอย่างน้อย 10,000 หลัง ถูกเพลิงไหม้และได้รับความเสียหาย แต่คาดว่าตัวเลขจะเพิ่มสูงขึ้น ในวันข้างหน้า หลังการเข้าประเมินเพิ่มเติม ผู้ลี้ภัยที่ต้องโยกย้ายที่พักได้เข้าอาศัยใน ที่พักพิงชั่วคราว ในชุมชนภายในค่ายแล้ว

ในขณะที่ยังไม่ทราบจำนวนผู้ลี้ภัยที่ได้รับบาดเจ็บ จากเพลิงไหม้ที่แน่นอน UNHCR ได้มอบเวชภัณฑ์ผ่านคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ป่วยที่ถูกไฟไหม้ รวมถึง

การช่วยเหลือฉุกเฉินด้านการเยียวยาจิตใจ อาสาสมัครด้านสาธารณสุขจาก ชุมชนผู้ลี้ภัยกำลังช่วยส่งตัวผู้ลี้ภัยที่ ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนไปยังหน่วยให้บริการที่จำเป็นในด้านต่างๆ

ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจายังเป็นศูนย์กลาง ของการทำงานตอบสนองต่ อเหตุการณ์นี้ และเราอยู่ในพื้นที่ทันทีตั้งแต่เมื่อคืนหลังจากสามารถควบคุมเพลิง ไว้ได้ UNHCR กำลังเตรียมความพร้อมในการออกเอกสารทางการใหม่แก่ผู้ที่สูญเสียเอกสารไปจากเหตุเพลิงไหม้

UNHCR ได้ส่งมอบผ้าห่ม 3,000 ผืน, ตะเกียงพลังงานแสงอาทิตย์ 14,500 ดวง, ชุดอุปกรณ์ประกอบอาหาร 10,400 ชุด และมุ้งกันยุง 11,500 หลังเรียบร้อยแล้ว UNHCR ยังทำงานร่วมกับองค์การอ็อกแฟม (Oxfam) เพื่อมอบน้ำ

สะอาดฉุกเฉิน และความช่วยเหลือ ด้านสุขอนามัย รวมถึง การสร้างห้องน้ำฉุกเฉิน 20 ห้อง, จุดจ่ายน้ำสะอาด, ถังเก็บน้ำ, ถังน้ำอเนกประสงค์ และ เม็ดทำน้ำสะอาด โดยในจุดที่ผู้ลี้ภัยได้ย้ายไปรวมตัวกันอยู่นั้นได้รับการแจกจ่ายน้ำสะอาดจากถังเก็บน้ำเป็นจำนวน 4 ถัง

ด้วยระบบเสียงตอบรับอัตโนมัติ ของ UNHCR ทำให้เราสามารถ โทรหาครอบครัวผู้ลี้ภัยที่อาศัยอยู่ในบริเวณค่ายที่ ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้ถึงประมาณร้อยละ 70 นอกจากนี้ทีมงานของ UNHCR กำลังตรวจสอบความปลอดภัย

และการรักษาความปลอดภัย ของที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ลี้ภัยที่ต้องโยกย้ายที่พักอาศัย และให้แน่ใจว่าการช่วยเหลือนั้น เพียงพอต่อความต้องการที่เร่งด่วน รวมถึงสำหรับเด็กที่ไม่มีผู้ปกครอง และเด็กที่พลัดหลงจากครอบครัวด้วยเช่นกัน

ค่ายผู้ลี้ภัยในเมืองค็อกซ์ บาซาร์ เป็นที่พักพิงของผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจามากกว่า 870,000 คน โดยส่วนใหญ่หรือราว 720,000 คน เดินทางเข้ามาใน พ.ศ. 2560 จากเหตุการณ์ความรุนแรงในรัฐยะไข่ของประเทศเมียนมา

ใน พ.ศ. 2564 UNHCR ต้องการงบประมาณ ราว 9,146 ล้านบาท (294.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัยชาว โรฮีนจา แต่ในปัจจุบันเรามีงบประมาณเพียงร้อยละ 16 ของงบประมาณทั้งหมด ที่ต้องการ ความรุนแรงและความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้

ความต้องการที่จำเป็นนั้นเร่งด่วนยิ่งขึ้น อีกทั้งยังขยาย การใช้ทรัพยากรที่เดิมทีมีอยู่อย่างจำกัด มากขึ้นอีก UNHCR จึงเปิดระดมทุนการช่วยเหลือจากรัฐบาล และผู้บริจาค ภาคเอกชน อย่างด่วนที่สุด การสนับสนุนอย่างทัน ท่วงทีจากทุกฝ่ายมีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และช่วยให้ UNHCR สามารถขยายความคุ้มครองแก่ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจา และชุมชนที่ให้ที่พักพิงในสถานการณ์นี้ได้

เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่ เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตการณ์ ทำให้ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจามีความเปราะบางอีกทวีคูณ และ ต้องการความช่วยเหลือที่จำเป็นอย่างเร่งด่วนที่สุด และเราไม่สามารถทำงานที่สำคัญนี้ได้โดยลำพัง โปรดช่วยพวกเขาตอนนี้ผ่านทาง

บทความอื่นๆ รัฐประหารเมียนมา กับคำถามเรื่องชะตากรรมชาว ‘โรฮีนจา’